ล่อจับพ่อค้าหน้าเลือด ขายแมสก์เกินราคา พบตุนไว้กว่า 4 หมื่นชิ้น

ล่อจับพ่อค้าหน้าเลือด ขายแมสก์เกินราคา พบตุนไว้กว่า 4 หมื่นชิ้น

วันที่ 24 มี.ค. หลังเที่ยงคืน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 5 และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผบช.ภ.5 ร่วมกับเจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันจับกุมตัว นายทวิชย์ วงษ์ประเสริฐ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 133/30 ม.2 ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลาง หน้ากากอนามัยยี่ห้อ laksaa MASK กล่องสีชมพู จำนวน 40,000 ชิ้น เงินล่อซื้อจำนวน 285,000 บาท

นำตัวดำเนินคดีข้อหา” จำหน่ายสินค้าสูงกว่าราคาที่คณะกรรมกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการกำหนดและจำหน่ายหน้ากากอนามัยซึ่งเป็นสินค้าควบคุมในราคาสูงเกินสมควร ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ม.25(1), ม.29, ม.37 และ ม.41″

การจับกุมครั้งนี้ เนื่องด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีนโนยายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท้องที่ ทำการตรวจสอบและจับกุมผู้ที่มีพฤติการณ์จำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคาตามที่กฎหมายกำหนด ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบพบว่ามีเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อ”Fight prapornpong Kittitan” เสนอขายหน้ากากในราคาแพง จึงติดต่อล่อซื้อและจับกุมตัวนายประพรพงศ์ กิติตาล อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 ม.12 ถ.เชียงใหม่-ฮอด ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ และน.ส.ลาวัลย์ ธรรมสารัตถ์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/4 ซ.8 (ถ.เจริญเมือง) ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางหน้ากากอนามัยจำนวน 750 ชิ้น

จากการสอบสวนขยายผลผู้ต้องหาทั้งสองให้การว่าได้ซื้อหน้ากากอนามัยมาจากร้านหจก.ทีที เมด เลขที่ 47/11-12 ถ.โชตนา ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยสามารถซื้อหน้ากากอนามัยจากร้านดังกล่าวได้ในชิ้นละ 14.25 บาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานกำลังจากพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ วางแผนจับกุมโดยทำการติดต่อล่อซื้อหน้ากากอนามัยจำนวน 20,000 ชิ้น ในราคา 285,000 บาท นัดหมายซื้อขายกันที่ร้านหจก.ทีที เมด

ต่อมานายทวิชย์ วงษ์ประเสริฐ อายุ 47 ปี ได้มายืนรอข้างร้านและรับเงินจากเจ้าหน้าที่ก่อนส่งมอบหน้ากากจำนวน 20,000 ชิ้น ทางเจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัว ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายค้นและเข้าค้นที่ร้านของนายทวิชย์ พบหน้ากากอนามัย ซุกซ่อนอยู่ภายในร้านอีก 20,000 ชิ้น จึงยึดทั้งหมดไว้เป็นของกลางนำตัวพร้อมของกลาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พลเรือตรี