สธ. เร่งตรวจเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่เสี่ยง-กลุ่มเสี่ยง หลังคลายมาตรการคุมเข้มโควิด

สธ. เร่งตรวจเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่เสี่ยง-กลุ่มเสี่ยง หลังคลายมาตรการคุมเข้มโควิด

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรคให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข เป็นประธาน ว่า เมื่อมีการเปิดให้ใช้ชีวิตมากขึ้น แปลว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อได้อีก เพราะยังมีคนติดเชื้อไม่มีอาการได ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติสำคัญคือการค้นหาผู้ป่วย และผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเชิงลึกในพื้นที่ ซึ่งมีข้อกำหนด 2 ข้อคือ 1.กำหนดพื้นที่เสี่ยง และ 2. การกำหนดกลุ่มเสี่ยง โดยเพิ่มอัตราการตรวจให้ได้จาก 2,000 คน ต่อประชากร 1 ล้านคน เป็น 5,000 คน ต่อประชากร 1 ล้านคน

นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กลุ่มเสี่ยงที่ต้องได้รับการตรวจคือบุคลากรทางการแพทย์ คนทีทำอาชีพเสี่ยง เช่น พนักงานส่งอาหารเดลิเวอรี่ ส่งไปรษณีย์ พนักงานขับรถโดยสาร แคมป์คนงานก่อสร้าง ชุมชนแออัด ผู้ต้องขังรายใหม่ แรงงานต่างด้าว ทั้งในเขตเมืองและบางพื้นที่

ส่วนวิธีการตรวจคือการตรวจหาสารพันธุกรรมเชื้อ ด้วย RT-PCR จากสารคัดหลั่งหลังโพรงจมูก และเสริมด้วย RT-PCR จากน้ำลายส่วนลึกในลำคอ เพราะบางพื้นที่มีกลุ่มเสี่ยงจำนวนมาก เช่น พื้นที่มีแรงงานต่างด้าวเยอะ เป็นหลักพันหลักหมื่นคนก็จะเอาการตรวจน้ำลายส่วนลึกในลำคอมาเสริม เพื่อลดเวลา อย่างไรก็ตาม หากเป็นผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ยังจะใช้การตรวจ RT-PCR จากสารคัดหลั่งหลังโพรงจมูกเช่นเดิม

“เนื่องจากตอนนี้เราเริ่มเข้าระยะของการผ่อนปรน ดังนั้นต้องมีการค้นหาผู้ที่มีเชื้อ มีการอาการน้อยๆ ในพื้นที่ให้พบ ตรวจกลุ่มเสี่ยงเพื่อให้ทราบว่าเขามีเชื้อหรือไม่มีเชื้อ ขณะนี้เริ่มดำเนินการไปแล้ว เช่น กทม. 3 จังหวัดชายแดนใต้ และบางพื้นที่ที่แรงงานต่างด้าวเยอะ เป็นต้น ทั้งนี้จะเร่งทำให้เสร็จภายในพ.ค.นี้” นพ.สุวรรณชัย กล่าว

พลเรือตรี