ผู้ว่าฯ จังหวัดลำปาง มีคำบัญชาปิดอีกอื้อ สถานที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการกระจายเชื้อโควิด ละเมิดโทษร้ายแรง

ผู้ว่าฯ จังหวัดลำปาง มีคำบัญชาปิดอีกอื้อ สถานที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการกระจายเชื้อโควิด ละเมิดโทษร้ายแรง

วันที่ 2 เดือนพฤษภาคม นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าจังหวัดลำปาง กล่าวมาว่า จากที่จังหวัดลำปางได้มีประกาศจังหวัดลำปาง เรื่อง มาตรการเร่งด่วนสำหรับในการคุ้มครอง วิกฤติการณ์จากโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ฉบับที่ 4 ระบุวันที่ 30 มี.ค.63 สั่งปิดสถานที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่จังหวัดลำปาง รวมทั้งสิ้น 32 รายการ เมื่อวันที่ 1-30 เม.ย.63 หรือจนกระทั่งจะมีคำบัญชาเปลี่ยน แล้วก็คำบัญชาจังหวัดลำปางที่ 1818/2563 ระบุวันที่ 14 เม.ย.63 เรื่อง สั่งปิดร้าน สถานประกอบการ พื้นที่รอบๆขาย หรือแสดงผลิตภัณฑ์ชนิดเหล้า หรือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกจำพวก โดยให้ปิดร้านขายของ หรือสถานประกอบการขายเหล้า ชนิดที่ 1 แล้วก็ จำพวกที่ 2 หรือปิดพื้นที่ หรือรอบๆแสดงผลิตภัณฑ์ชนิดเหล้า หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์ทุกหมวดหมู่ ทั้งยังค้า ปลีก รวมทั้งธุรกิจค้าส่ง เมื่อวันที่ 16-30 เม.ย.63

จังหวัดลำปาง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำปาง ในคราวสัมมนาคณะกรรมการโรคติดต่อ จังหวัดลำปาง ตอนวันที่ 28 เม.ย.63 ก็เลยมีคำบัญชาให้ปิดสถานที่ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ดังต่อไปนี้ โรงมหรสพ สถานบริการ ผับ บาร์ สถานเริงรมย์ สวนน้ำ สนามเด็กเล่น สวนสนุก สวนสัตว์ สถานที่เล่นสเก็ตหรือโรลเลอร์เบรดหรือการละเล่นอื่นๆในลักษณะเดียวกัน สนุกเกอร์ บิลเลียด สถานที่เล่นโบว์ลิ่งหรือตู้เกมส์ ร้านค้าเกมส์และก็ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ สระว่ายน้ำสาธารณะ สนามตีไก่ ห้าง ห้างสรรพสินค้า

สถานที่ออกกําลังกายฟิตเนส สถานพยาบาลเวชศาสตร์เสริมความสวยงาม ศูนย์แสดงผลิตภัณฑ์ ศูนย์สัมมนา สถานที่จัดนิทรรศการ พิพิธภัณฑสถาน ห้องหนังสือสาธารณะ สถานที่รับเลี้ยงเด็ก สถานที่ดูแลผู้สูงวัย เวทีมวย สถานที่เรียนสอนศิลป์การต่อสู้ สถานที่สักหรือเจาะผิวหนังหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย สถาบันลีลาศ หรือสอนลีลาศ สนามแข่งม้า สถานที่ประกอบกิจการอาบน้ำ อบไอน้ำ อบสมุนไพร สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สถานประกอบการนวดแผนไทย นวดอุ้งเท้า และก็สถานที่ประกอบกิจการอาบ อบ นวด

ผู้ฝืนไม่กระทำตามจำเป็นต้องระวางโทษติดตะรางไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรืออีกทั้งจำ ทั้งยังปรับ ตามมายี่ห้อ 52 ที่พ.ร.บ.โรคติดต่อ พุทธศักราช2558 และก็บางทีอาจจะได้รับโทษตามมายี่ห้อ 18 ที่พระราชกำหนดการจัดการราชการในเหตุการณ์รีบด่วน พุทธศักราช 2548 จำเป็นต้องระวางโทษติดตะรางไม่เกินสองปี ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งยังจำอีกทั้งปรับ ดังนี้ เมื่อวันที่ 3 เดือนพฤษภาคม2563 เป็นต้นไป จวบจนกระทั่งจะมีคำบัญชาเปลี่ยน

พลเรือตรี