สยามที่อยากเห็น

สยามที่อยากเห็น

ผมขึ้นหัวไว้โดยใช้คำ “สยาม” ด้วยเจตนาทีเดียว แต่ก็ไม่ได้หมายความลึกซึ้งอะไร
แค่ให้ฟังดูดีเท่านั้น เพียงคุณเข้าใจว่า คือประเทศของเรา ก็เป็นอันใช้ได้

แน่ล่ะ… ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยพอใจอะไรๆรอบตัวนัก และเซลสมองยังไม่หลับไหล
ไปเสียหมด คุณก็จะมีภาพของสังคมที่ดีกว่า หรือดีที่สุด (อุดมคติ) อยู่ในหัว เป็นสังคม
ที่คุณอยากจะให้ลูกหลานได้ใช้ชีวิต เป็นสังคมที่ใครๆก็มีความสุข แม้ว่าลึกๆในใจแล้ว
จะทราบดีว่า สิ่งที่ดีที่สุดไม่เคยมีในโลก แต่ที่ยังไม่หมดหวังไปเสียทีเดียว ก็เพราะยังเชื่อ
ว่าสิ่งที่ดีกว่า สามารถสร้างสรรค์ขึ้นได้เสมอ เพียงแต่… ใครจะเป็นคนสร้าง… คุณ ? … ผม ???

มาลองดูสังคมที่ผมอยากเห็นกันบ้างเถอะ…
บ้านเมืองที่ผมอยู่ น่าจะเป็นเมืองที่ให้สวัสดิภาพแก่ผมบ้างตามสมควร หากผมเมาเหล้ามาก
จนต้องลงจากรถไปอ้วกข้างทางด่วน ก็ไม่น่าจะมีล้อรถสิบล้อที่ไหน หลุดกลิ้งมาชน
ผมถึงตาย อันที่จริงอาจจะดูว่าเป็นความโชคร้ายส่วนตัว แต่ถึงอย่างไรผมก็รับไม่ได้
มันเป็นการตายที่น่าขันระคนเศร้าสังเวชจนเกินไป
หรือถ้าวันใดผมมีเหตุจะต้องใช้บริการรถไฟ ก็ไม่น่าจะมีลูกระเบิดหรือลูกปืนมาสร้างความ
ประหลาดใจให้ บอกตรงๆ…
ผมไม่เคยคาดหวังฉากตื่นเต้นขนาดนั้น จากการใช้บริการรถไฟเลย

หึ… คงคิดว่าผมคิดอะไรพิสดารเกินไปใช่ไหม…
(แต่ถ้าคุณเป็นคนไทย คุณจะรู้ว่าผมไม่ได้พูดอะไรเกินเลย)
ถ้าอย่างนั้นเอาเรื่องง่ายๆใกล้ตัวเข้ามาอีกก็ได้ …
ผมไม่ว่าอะไรหรอก ถ้าจะมีไอ้บ้าโรคจิตที่ไหน มาลวนลามทำอนาจารหรือกระทั่งข่มขืน
น้องสาวผม ทั้งในแท็กซี่หรือแม้บนรถเมล์ การกำจัดคนโรคจิตให้หมดไปจากโลกเป็น
งานใหญ่เกินไป แต่อย่างน้อย ตำรวจน่าจะจับไอ้วายร้ายพวกนี้ให้ได้ ไม่ใช่โยนความผิด
ไปที่โชคชะตา หรือจะกระตือรือร้นเอาเฉพาะคดีดังแต่อย่างเดียว ทำให้น้องผมต้อง
เสียสาวหรือเสียขวัญไปฟรีๆ แต่ถ้าจะให้เข้าท่ากว่านี้อีก ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์มิดีมิร้าย
ควรจะมีแก่ใจยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือน้องผมบ้าง ไม่ว่าจะทางหนึ่งทางใด
ผมถือว่าเป็นหน้าที่เลยทีเดียว ไม่ใช่ความดีเด่อะไรที่ใครต้องยกย่อง
… เป็นหน้าที่นะครับขอย้ำ

พูดถึงเงินในกระเป๋ากันบ้าง… เกิดเป็นคนมันก็ต้องทำงาน เพื่อให้เลี้ยงดูปากท้องตัวเองได้
อันนี้ผมยอมรับ แต่งานที่ทำมันควรจะคุ้มเงินด้วย ไม่ใช่ถูกขูดรีดเอาไปสร้างความมั่งคั่ง
ให้คนกลุ่มเล็กๆกลุ่มเดียว (บังเอิญผมไม่ใช่คนกลุ่มเล็กๆนั่น) ภาษีที่รัฐฯเอาจากผมไป
ก็ควรเป็นอัตราที่พอเหมาะกับฐานะ คนที่รวยกว่าก็ควรจ่ายมากกว่า คุณคงไม่ลืมนะ
คนเราความต้องการมันก็แค่ปัจจัยสี่ กินข้าววันละสามมื้อ มื้อๆหนึ่ง กินสองสามจาน
ก็อิ่มแปร้แล้ว เงินพันล้านหมื่นล้านมันรังแต่จะทำลายระบบการจัดการกับความต้องการ
ของเราเท่านั้นเอง เงินกี่ล้านก็ไม่ทำให้ใครเป็นเทวดาได้หรอก เพราะเทวดาเขาไม่กินข้าวกัน
นอกจากนี้ ภาษีที่เอาจากผมไป ก็น่าจะตอบแทนมาให้เป็นประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่
(ไม่บังเอิญเท่าใดนักที่ผมเป็นคนส่วนใหญ่) อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ใช่เอาไปใช้หนี้ให้กับ
พวกฉ้อฉลสันดานโกงผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ประชากรของเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ
อย่างบ้านเรา จะสะกดคำว่าหนี้สาธารณะได้คล่องแคล่วถึงเพียงนี้

นักการเมือง หรือท่านผู้นำของผม ก็น่าจะเป็น คนดีมีความสามารถ( เห็นพูดกันจัง )
คือสามารถบริหารบ้านเมืองได้สงบเรียบร้อย ประชาชนอยู่ดีมีกินมีใช้ ไม่อดอยาก
แต่หากท่าน “ออกอาการ” เช่น ชอบซุกโน่นซุกนี่ หรือแม้แต่ซุกหุ้น ซุกซน ก็ควรมีกลไก
ที่ทำงานได้โดยอิสระและสามารถกุดหัวคนเหล่านี้ได้อย่างเป็นธรรมที่สุด

บ้านเมืองของผมจะเป็น ดินแดนแห่งรอยยิ้มที่แท้จริง ผู้คนมีมิตรจิตมิตรใจไมตรีให้แก่กัน
(ไม่ใช่ตัวใครตัวมันแบบอยู่บ้านติดกันมาสิบปียังไม่รู้จักกันเลย) เด็กๆหรือแม้แต่ผู้ใหญ่
รู้ที่มาที่ไปของชาติและท้องถิ่นของตัว เคารพและภูมิใจในสิ่งที่มีที่เป็น ไม่มีจิตวิปริตคิด
เอาตัวเป็นทาสใคร ลืมรากเหง้าตัวเอง ความจริงเรื่องนี้ผมก็ประณีณอมอยู่เหมือนกันนะ
ไม่ได้เคร่งครัดอะไรมากนัก …
ผมจะไม่ถือสาไอ้เด็กหัวสีช็อคกิ้งพิ้งที่เจาะคิ้วเจาะจมูกนั่นหรอก เพียงแค่ถ้ามันรู้จักไหว้…

การนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ผ่านสื่อต่างๆ ในบ้านเมืองของผม จะต้องเต็มไปด้วยสิทธิเสรีภาพ
ที่ตั้งอยู่บนจิตสำนึก จรรยาบรรณ และจริยธรรม ไม่มีความจริงใดที่ผมไม่ควรรู้
หน้าหนังสือพิมพ์ใม่ถูกข่าวบ้าๆบอๆหรือรูปยั่วยวนต่างๆแย่งเนื้อที่ไป ในทีวีก็มีสัดส่วนเนื้อหา
ที่เป็นสาระและบันเทิงอย่างเหมาะสม ไม่ใช่มีแต่เกมส์โชว์ประเทืองสมองของหัวแม่เท้า
และละครน้ำเน่ามอมเมาคนเฒ่ายันเยาวชน สื่อสมัยใหม่อย่างอินเทอร์เนตและเคเบิ้ลทีวี
ก็ได้รับการดูแลและจัดการ โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด
โดยไม่ลืมว่า เด็กกับผู้ใหญ่นั้นมีความต้านทานทางข้อมูลต่างกัน

บ้านเมืองที่ผมอยู่ จะต้อง …

อือ..ม ความจริงผมมีอะไรจะเล่าให้คุณฟังอีกมาก แต่พอก่อนดีกว่า
ผมรู้สึกประดักประเดิดและเริ่มสงสารตัวเองขึ้นมาแล้ว…
เพราะอะไรรึ ?

ก็ อย่าว่าแต่เงินล้านเลย… แค่ร้อยหนึ่งในกระเป๋าสตางค์ ผมยังต้องค่อยๆนับ
แล้วผมยังอุตส่าห์มานั่ง “ทำลายระบบการจัดการความต้องการของตัวเอง” อยู่กับ
หน้ากระดาษนี้อีก

พลเรือตรี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *