ทั่วโลก”อัดคิวอี-หั่นดอกเบี้ย” สู้พิษโควิดถล่มเศรษฐกิจ(คลิป)

ทั่วโลก”อัดคิวอี-หั่นดอกเบี้ย” สู้พิษโควิดถล่มเศรษฐกิจ(คลิป)

ธนาคารกลางโลกอัดคิวอีเพิ่มสภาพคล่อง-หั่นดอกเบี้ยพยุงเศรษฐกิจ หลังโควิดพ่นพิษ  เผยมี.ค.ต่างชาติเทขายหุ้นไทยกว่า 7.4หมื่นล้านบาท  ลุ้นตัวเลขผู้ติดเชื้อสหรัฐฯ-ยุโรปลดลงหนุนตลาดหุ้นโลกฟื้น
นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บล. เอเชียพลัส  เปิดเผยว่า    ภาวะตลาดหุ้นไทยในเดือนมี.ค. ดัชนีให้ผลตอบแทนติดลบ 19%  แรงขายหลักมาจากนักลงทุนต่างชาติ  โดย เดือนมี.ค.พบว่า ต่างชาติขายหุ้นไทยมากสุดที่  2.3 พันล้านเหรียญฯ   หรือประมาณ 74,750 ล้านบาท (คิดอัตราแลกเปลี่ยน 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)  ขณะที่ม.ค.-ก.พ.ขายเฉลี่ยเดือนละ  500 ล้านสหรัฐฯ    และหากเทียบตลาดหุ้นไทยกับภูมิภาคต่างชาติก็เทขายเช่นกัน ทั้งตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย  มาเลเซีย ไต้หวันและเกาหลีใต้

สำหรับสาเหตุที่ตลาดหุ้นไทยถูกเทขายต่อเนื่องมาจาก 3 ประเด็นหลักคือ 1.ความกังวลว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวจากไวรัสโควิดกระทบส่งออก ท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ  2.จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสที่ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 100 รายทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อในไทยเกิน 1,000 ราย  และ 3.การทยอยปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจหรือจีดีพีไทยในปีนี้ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน  รวมถึงการปรับลดอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้น   (Earning per Share หรือ EPS) ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดฯ

อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายเดือนมี.ค.ดัชนีเริ่มฟื้นตัวได้รับแรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศ เป็นผลมาจากธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดอัดฉีดมาตรการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE)ในวงเงิน “Unlimited : ไม่จำกัด”   และ สภาคองเกรสผ่านร่างงบกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ   วงเงิน 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ  เป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นโลกและตลาดหุ้นไทยได้รับ sentiment เชิงบวกจากปัจจัยดังกล่าว

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้าให้น้ำหนัก 3 ประเด็น คือประเด็นต่างประเทศ 1.จำนวนผู้ติดเชื้อนอกจีน โดยเฉพาะยุโรป สหรัฐฯ ถ้าทิศทางการติดเชื้อชะลอตัวลงจะส่งผลดีต่อหุ้นทั่วโลก 2. ติดตามดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ  หลัก ๆ คือ ดัชนี PMI ภาคการผลิตในหลายประเทศ เช่น จีน สหรัฐและยุโรป 3.   การรายงานภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.)จะประกาศว่าตัวเลขจีดีพีในเดือนก.พ.จะออกมาดีหรือไม่

ด้านกลยุทธ์การลงทุนในช่วงเศรษฐกิจโลกและไทยชะลอตัวมีโอกาสเข้าสู่ภาวะถดถอย  ( Recession)   ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ มองว่าในอนาคตทิศทางดอกเบี้ยโลกขาลง และกนง.มีโอกาสลดดอกเบี้ย 1 ครั้งทำให้ ภาวะดอกเบี้ยต่ำยังอยู่กับการลงทุนจนถึงสิ้นปี  ดังนั้นการลงทุนในช่วงนี้แบ่งเป็น 2 ธีมคือ  ธีมแรกคือหุ้นที่ทนกับภาวะเศรษฐกิจชะลอและได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยต่ำ  คาดหวังเงินปันผลสูง   ส่วนกรอบการเคลื่อนไหวดัชนีคาดว่าตลาดแกว่งผันผวน ประเมินแนวรับที่ 969 จุด และแนวต้านที่ 1,114 จุด

พลเรือตรี